http://www.dhamma.net
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com
 

 หน้าแรก

ความเสื่อมปรากฏในสังคมมนุษย์

ความเสื่อมปรากฏในสังคมมนุษย์

ความเสื่อมปรากฏในสังคมมนุษย์

เมื่อพระองค์ทรงปกครองประชาราษฎร์ตามมติของพระองค์ ความเจริญจึงไม่ปรากฏเหมือนครั้ง พระเจ้าจักรพรรดิพระองค์ก่อนๆ เหล่าเสนาอำมาตย์ จึงกราบทูลถึงเหตุที่เกิดขึ้น และแนะนำให้พระองค์ ตรัสถามจักกวัตติวัตรจากท่านต่างๆ ที่ทรงจำจักกวัตติวัตรได้ พระองค์สดับแล้วจึงให้ประชุม ท่านที่ทรงจำได้ทั้งหลายเหล่านั้นแล้วตรัสถามถึงจักกวัตติวัตร

เมื่อทรงทราบจักกวัตติวัตรแล้ว ไม่ทรงนำมาใช้ปฏิบัติทุกข้อ ทรงนำมาเพียงบางประการเท่านั้น โดยทรงจัดให้มีการรักษาป้องกันอันชอบธรรม แต่ไม่ได้พระราชทานทรัพย์ให้แก่ผู้ที่ไม่มีทรัพย์ เมื่อไม่มีการพระราชทานทรัพย์แก่ผู้ไม่มีทรัพย์ จึงเกิดความขัดสนขึ้นอย่างแพร่หลาย ครั้นความขัดสนเกิดขึ้นเช่นนั้น จึงเกิดมีการขโมยทรัพย์สินกันขึ้น เมื่อผู้ที่เป็นขโมยถูกจับได้และถูกสอบถามก็ตอบว่าที่ทำอย่างนั้นเพราะไม่มีสิ่งใดเลี้ยงชีพ เมื่อพระราชาสดับดังนั้น จึงทรงพระราชทานทรัพย์ให้แก่ผู้เป็นขโมยนั้น เพื่อนำไปเลี้ยงชีวิตและประกอบการงาน

เมื่อชนทั้งหลายทราบว่า ผู้เป็นขโมยได้รับพระราชทานทรัพย์ จึงพากันขโมยทรัพย์ของผู้อื่นอย่างแพร่หลายด้วยปรารถนาจะได้รับพระราชทานทรัพย์ พระราชาทรงพิจารณาว่าหากจะพระราชทานทรัพย์แก่ผู้ขโมยต่อไป จะทำให้การลักขโมยแพร่ระบาดยิ่งขึ้น จึงรับสั่งให้ลงโทษผู้ที่เป็นขโมยเหล่านั้น ด้วยการโกนศีรษะ มัดพาไปตามท้องถนน แล้วตัดศีรษะเสียบประจาน

เมื่อพวกโจรทราบว่า พระราชาลงโทษผู้ที่เป็นขโมยด้วยการประหารชีวิต จึงจัดทำอาวุธ ของมีคม ต่างๆ ขึ้น ทำการปล้นทรัพย์สินของผู้อื่น และฆ่าผู้เป็นเจ้าของทรัพย์ด้วยการตัดศีรษะบ้าง การฆ่ากันจึง ปรากฏขึ้นอย่างแพร่หลาย

และเมื่อมีการลงโทษประหารชีวิตผู้ที่เป็นขโมย ครั้นเมื่อถูกจับได้และถูกสอบถาม ผู้ที่เป็นขโมยก็จะกล่าวเท็จปฏิเสธว่าตนไม่ได้ขโมย การกล่าวคำเท็จจึงเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายตามมา เหตุที่เกิดขึ้นเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการขโมยทรัพย์ การฆ่าผู้อื่น การกล่าวเท็จ ล้วนมาจากการที่พระราชาไม่ได้ประพฤติจักกวัตติวัตรอย่างถูกต้อง เพราะไม่ได้ทรงพระราชทานทรัพย์แก่ผู้ไม่มีทรัพย์มาแต่ต้น

เมื่อมนุษย์ต่างพากันทำปาณาติบาต และกล่าวมุสาวาทกันเป็นอันมาก จึงทำให้อายุและ ผิวพรรณเสื่อมลง เมื่ออายุและผิวพรรณของมนุษย์ยุคนี้เสื่อมลง บุตรของพวกเขาก็มีอายุเสื่อมลงไปด้วย บุตรของมนุษย์ที่มีอายุ 80,000 ปี จะมีอายุเหลือ 40,000 ปี เมื่อมนุษย์มีอายุ 40,000 ปี ผู้ที่ลักขโมยทรัพย์ผู้อื่นครั้นถูกจับได้ก็จะกล่าวเท็จทั้งๆ ที่รู้ จึงทำให้ผิวพรรณ และอายุเสื่อมลงไปอีก ส่งผลให้บุตรของผู้ที่มีอายุ 40,000 ปี มีอายุเหลือ 20,000 ปี

เมื่ออายุของมนุษย์มีอายุ 20,000 ปี คนทั้งหลายพากันกล่าวคำส่อเสียด เช่น เมื่อขโมยทรัพย์ ผู้อื่นแล้วถูกจับได้ ก็จะกล่าวซัดทอดว่าผู้นั้นขโมยของผู้นี้ เพราะเหตุแห่งการผิดศีลนี้เอง ผิวพรรณและอายุของมนุษย์จึงเสื่อมลงไปอีก โดยบุตรของผู้ที่มีอายุ 20,000 ปี จะมีอายุเหลือ 10,000 ปี เมื่อมนุษย์อายุ 10,000 ปี ผิวพรรณจะเสื่อมลงมามาก จะมีทั้งผู้ที่มีผิวพรรณดี และผู้ที่มีผิวพรรณไม่ดี พวกที่มีผิวพรรณไม่ดี จึงเพ่งเล็งพวกที่มีผิวพรรณดี และได้ประพฤติล่วงเกินภรรยาของผู้อื่น

เพราะเหตุที่มนุษย์กระทำกรรมหยาบช้าขึ้นทุกที อายุและวรรณะจึงเสื่อมลงตามลำดับ ทำให้บุตรของผู้ที่มีอายุ 10,000 ปี อายุลดลงเหลือ 5,000 ปี ครั้นเมื่อมนุษย์มีอายุเหลือ 5,000 ปี ธรรม 2 ประการ ก็แพร่หลาย คือ ผรุสวาจา และสัมผัปปลาปะ (คำหยาบและคำเพ้อเจ้อ) ดังนั้นอายุและผิวพรรณ จึงเสื่อมลงไปอีก บุตรของผู้ที่มีอายุ 5,000 ปี จึงเหลือ 2,500 ปีบ้าง 2,000 ปีบ้าง

ครั้นเมื่อมนุษย์มีอายุ 2,000 ปี อภิชฌาและพยาบาท คือ ความคิดเพ่งเล็งในทรัพย์ของผู้อื่น และความคิดเบียดเบียนก็แพร่หลายขึ้น ด้วยเหตุนี้อายุและวรรณะจึงเสื่อมลงไปอีก โดยบุตรของผู้ที่มีอายุ 2,000 ปี ก็ถอยลงเหลือ 1,000 ปี เมื่อมนุษย์มีอายุเหลือ 1,000 ปี มิจฉาทิฏฐิ คือ ความเห็นผิดได้แพร่หลายขึ้น อายุและวรรณะจึงเสื่อมลง โดยบุตรของผู้ที่มีอายุ 1,000 ปี จะมีอายุเหลือ 500 ปี

เมื่ออายุมนุษย์ลดลงมาถึง 500 ปี ได้ปรากฏธรรม 3 ประการ แพร่หลายในหมู่มนุษย์ คือ มีความ กำหนัดในฐานะอันไม่ชอบธรรม (อธรรมราคะ) มีความโลภไม่มีที่สิ้นสุด (วิสมโลภะ) และกำหนัดด้วย อำนาจความพอใจผิดธรรมดา (มิจฉาธรรม) เพราะธรรมทั้ง 3 นี้แพร่หลาย บุตรของมนุษย์ที่มีอายุ 500 ปี จึงมีอายุเหลือ 250 ปีบ้าง 200 ปีบ้าง

เมื่อมนุษย์มีอายุเหลือ 250 ปี เหล่ามนุษย์จะพากันไม่ปฏิบัติชอบในมารดา ในบิดา ในสมณพราหมณ์ และไม่อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ในตระกูล

สาเหตุแห่งความเสื่อมของมนุษย์

จากความเสื่อมที่เกิดขึ้นโดยลำดับนี้ จะเห็นว่า ล้วนมีสาเหตุมาจากมนุษย์ คือ เกิดจากการกระทำ ของมนุษย์ทั้งสิ้น และผู้ที่รับผลของการกระทำมากที่สุดก็คือมนุษย์เช่นกัน ที่เป็นทั้งนี้เพราะมนุษย์ต่างก็มีกิเลส ด้วยกันทั้งสิ้น ต่างแต่ว่ามีมากหรือน้อย ทั้งนี้ก็อยู่ที่ว่าใครจะรู้หรือไม่รู้ และเมื่อรู้แล้วคิดที่จะขจัดมันออกไป หรือเปล่า ถ้าไม่ขจัดมันออกไปตัวเราก็เหมือนหุ่นที่ถูกเชิดตลอดเวลา ซึ่งถ้ากิเลสมีมาก เราก็ไม่สามารถจะควบคุมตัวเราเองได้เลย จะทำอะไรก็ถูกกิเลสชักนำบังคับให้ทำ ด้วยความโลภ ความโกรธ และความหลง

และเนื่องจากมนุษย์ถูกกิเลสควบคุมนี้เอง จึงทำในสิ่งที่เป็นอกุศล เมื่อทำในสิ่งที่เป็นอกุศล ความ เสื่อมจึงเกิดขึ้น และขยายผลตามลำดับ ซึ่งจากลำดับเหตุการณ์ของความเสื่อมที่เกิดขึ้นดังปรากฏในจักกวัตติสูตรที่นำเสนอไปนั้น เราสามารถเห็นลำดับของอกุศลธรรมที่มนุษย์ได้กระทำ จนเป็นเหตุให้โลก และตัวมนุษย์เองเสื่อมลงตามลำดับดังนี้

หลังจากที่พระราชามิได้ประพฤติจักกวัตติวัตร ดังที่พระเจ้าจักรพรรดิพระองค์ก่อนๆ เคยกระทำ มา อกุศลกรรมที่มนุษย์กระทำเป็นสิ่งแรกคือ การลักขโมยถือเอาสิ่งที่เจ้าของไม่ได้ให้ (อทินนาทาน) อกุศลกรรมต่อมาคือ การฆ่าชีวิตผู้อื่น (ปาณาติบาต) การกล่าวคำเท็จ (มุสาวาท) กล่าวคำส่อเสียด (ปิสุณาวาจา) การประพฤติผิดในกาม (กาเมสุมิจฉาจาร) การกล่าวคำหยาบคาย (ผรุสวาจา) และคำเพ้อเจ้อ (สัมผัปปลาปะ) เกิดความคิดอภิชฌาและมีความพยาบาท จนในที่สุดมีความคิดเป็นมิจฉาทิฏฐิ

นอกจากจะประพฤติสิ่งที่เป็นอกุศลธรรมทั้ง 10 ประการแล้ว สิ่งที่มนุษย์กระทำต่อไปก็คือ มีความกำหนัดในราคะอันไม่ชอบธรรม (อธรรมราคะ) ความโลภไม่เลือก (วิสมโลภะ) ความกำหนัดด้วย อำนาจความพอใจผิดธรรมดา (มิจฉาธรรม) เมื่อธรรม 3 ประการนี้แพร่หลาย มนุษย์จึงพากันไม่ปฏิบัติ ชอบในมารดา บิดา สมณะ พราหมณ์ ไม่อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ในตระกูล

จนกระทั่งในช่วงที่มนุษย์มีอายุขัย 10 ปี มนุษย์จะไม่มีจิตคิดเคารพยำเกรงในบิดา มารดา ผู้เป็นญาติ ตลอดจนครูอาจารย์ ต่างสมสู่ปะปนกันดุจอาการของสัตว์ดิรัจฉาน และท้ายที่สุดต่างก็อาฆาตพยาบาท ลงมือเข่นฆ่ากันไม่เลือกว่าเป็นผู้ใด

จากสิ่งที่มนุษย์ได้กระทำ จนเป็นสาเหตุให้โลกและสังคมมนุษย์เสื่อมลงตามลำดับนั้น เป็นเพราะมนุษย์ประพฤติในสิ่งที่พระพุทธศาสนาเรียกว่า อกุศลกรรมบถ ซึ่งมีอยู่ 10 ประการ โดยที่อกุศลกรรมนี้ เป็นทางแห่งความชั่ว เป็นทางที่นำไปสู่ความเสื่อม ความทุกข์ และทุคติ ซึ่งอกุศลกรรมบถ 10 นี้ จัดการกระทำออกเป็น 3 ทาง คือ ทางกาย ทางวาจา และทางใจ

อกุศลกรรมที่กระทำทางกายเรียกว่า กายกรรม มี 3 ประการ ประกอบด้วย

1. ปาณาติบาต การทำให้ชีวิตสิ้นไป ทั้งมนุษย์ สัตว์ และรวมทั้งตัวเราเอง

2. อทินนาทาน การถือเอาสิ่งของที่เจ้าของมิได้ให้ โดยอาการของขโมยลักทรัพย์

3. กาเมสุมิจฉาจาร การประพฤติผิดในกาม (นอกใจคู่ครองของตน ล่วงละเมิดในบุตรภรรยา สามีของผู้อื่น

อกุศลกรรมที่กระทำทางวาจาเรียกว่า วจีกรรม มี 4 ประการ ประกอบด้วย

1. มุสาวาท การพูดเท็จ

2. ปิสุณาวาจา การกล่าววาจาส่อเสียด

3. ผรุสวาจา การกล่าววาจาหยาบคาย

4. สัมผัปปลาปะ การกล่าววาจาเพ้อเจ้อ

อกุศลกรรมที่กระทำทางใจเรียกว่า มโนกรรม มี 3 ประการ ประกอบด้วย

1. อภิชฌา ความคิดเพ่งเล็งอยากได้ทรัพย์ของผู้อื่น

2. พยาบาท ความคิดที่จะทำร้ายผู้อื่น

3. มิจฉาทิฏฐิ ความเห็นผิดจากทำนองคลองธรรม

ซึ่งการเป็นผู้มีมิจฉาทิฏฐิ หรือมีความเห็นผิดไปจากทำนองคลองธรรมนั้น มีอยู่ด้วยกัน 10 ประการ โดยผู้ที่เป็น

มิจฉาทิฏฐิจะมีความคิดเห็นดังต่อไปนี้ คือ

1. ทานที่ให้ไม่มีผล

2. ยัญที่บูชาแล้วไม่มีผล

3. การเซ่นสรวงไม่มีผล

4. ผลของกรรมดีและกรรมชั่วไม่มี

5. โลกนี้ไม่มี

6. โลกหน้าไม่มี

7. มารดาไม่มี

8. บิดาไม่มี

9. สัตว์ที่เกิดแบบโอปปาติกะไม่มี

10. ในโลกนี้ไม่มีสมณพราหมณ์ผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบ จนรู้แจ้งด้วยความรู้ยิ่งเองแล้วประกาศ โลกนี้โลกหน้า

การที่มนุษย์มีมิจฉาทิฏฐินี้เอง ซึ่งถือว่าเป็นการปิดประตูกันกุศลธรรมทั้งปวง จึงทำให้มนุษย์กระทำในสิ่งที่เลวร้ายลงไปยิ่งขึ้น ได้แก่ มีความกำหนัดในฐานะอันไม่ชอบธรรม ความโลภไม่เลือกความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจผิดธรรมดา การไม่ปฏิบัติชอบในมารดา บิดา ในสมณพราหมณ์ การ ไม่อ่อนน้อม ต่อผู้ใหญ่ในตระกูล ตลอดจนการไม่มีจิตคิดยำเกรงในบุคคลผู้เป็นบุพการีและท่านผู้มีพระคุณ ทั้งหลาย จนกระทั่งเกิดการสมสู่กันไม่เลือกว่าเป็นใคร และเข่นฆ่ากันไม่เลือกหน้าดังที่กล่าวมาแล้ว

ทั้งนี้เป็นเพราะว่า มิจฉาทิฏฐิ ซึ่งมี 10 ประการดังกล่าวนั้น ย่อมทำให้มนุษย์ไม่รู้ ไม่เข้าใจ ตลอด จนไม่เชื่อเรื่องการทำความดี การแบ่งปันช่วยเหลือกัน การให้ผลของบุญและบาป โลกนี้โลกหน้า ชีวิตหลัง ความตาย ผู้มีพระคุณ ผู้มีความบริสุทธิ์ ฯลฯ เมื่อไม่เชื่อในสิ่งเหล่านี้ จึงไม่กลัวผลที่จะได้รับตามมา จึงทำอะไรด้วยอำนาจของกิเลส คือ ทำสิ่งต่างๆ ด้วยความโลภ ความโกรธ และความหลง โดยที่ไม่มีการ ไตร่ตรองพิจารณาให้ถี่ถ้วน ทั้งนี้เป็นเพราะปัญญาได้ถูกความเป็นมิจฉาทิฏฐิบดบังจนหมดสิ้นแล้ว การกระทำต่างๆ จึงทำด้วยอำนาจของตัณหา ของความอยาก เมื่อเป็นดังนี้มนุษย์และสรรพสิ่งจึงเสื่อมลงในที่สุด

ตารางแสดงความเสื่อมของมนุษย์

อายุโดยเฉลี่ย(ปี)สาเหตุ
80,000 ปีเหลือ 40,000 ปี อทินนาทาน ปาณาติบาต มุสาวาท
40,000 ปี เหลือ 20,000 ปี อทินนาทาน ปาณาติบาต มุสาวาท(อย่างจงใจ)
20,000 ปี เหลือ 10,000 ปี อทินนาทาน ปาณาติบาต มุสาวาท(อย่างจงใจ) ปิสุณาวาจา(ส่อเสียด)
10,000 ปี เหลือ 5,000 ปี อทินนาทาน ปาณาติบาต มุสาวาท(อย่างจงใจ) ปิสุณาวาจา(ส่อเสียด)
กาเมสุมิจฉาจาร
5,000 ปี เหลือ 2,500-2,000 ปี อทินนาทาน ปาณาติบาต มุสาวาท(อย่างจงใจ) ปิสุณาวาจา(ส่อเสียด)
กาเมสุมิจฉาจาร ผรุสวาจา(พูดจาหยาบคาย) และสัมผัปปลาปะ(พูดเพ้อเจ้อ)
2,500-2,000 ปี เหลือ 1,000 ปี อทินนาทาน ปาณาติบาต มุสาวาท(อย่างจงใจ) ปิสุณาวาจา(ส่อเสียด)
กาเมสุมิจฉาจาร ผรุสวาจา(พูดจาหยาบคาย) สัมผัปปลาปะ(พูดเพ้อเจ้อ)
อภิชฌา และพยาบาท
1,000 ปี เหลือ 500 ปี อทินนาทาน ปาณาติบาต มุสาวาท(อย่างจงใจ) ปิสุณาวาจา(ส่อเสียด)
กาเมสุมิจฉาจาร ผรุสวาจา(พูดจาหยาบคาย) สัมผัปปลาปะ(พูดเพ้อเจ้อ)
อภิชฌา พยาบาท และมิจฉาทิฏฐิ
500 เหลือ 250-200 ปี อทินนาทาน ปาณาติบาต มุสาวาท(อย่างจงใจ) ปิสุณาวาจา(ส่อเสียด)
กาเมสุมิจฉาจาร ผรุสวาจา(พูดจาหยาบคาย) สัมผัปปลาปะ(พูดเพ้อเจ้อ)
อภิชฌา พยาบาท มิจฉาทิฏฐิ อธรรมราคะ(ความกำหนัดในฐานะไม่ชอบธรรม)
วิสมโลภะ(ความโลภไม่เลือก) มิจฉาธรรม(กำหนัดด้วยอำนาจความพอใจผิด)
250-200 ปี เหลือ 100 ปี อทินนาทาน ปาณาติบาต มุสาวาท(อย่างจงใจ) ปิสุณาวาจา(ส่อเสียด)
กาเมสุมิจฉาจาร ผรุสวาจา(พูดจาหยาบคาย) สัมผัปปลาปะ(พูดเพ้อเจ้อ)
อภิชฌา พยาบาท มิจฉาทิฏฐิ อธรรมราคะ(ความกำหนัดในฐานะไม่ชอบธรรม)
วิสมโลภะ(ความโลภไม่เลือก) มิจฉาธรรม(กำหนัดด้วยอำนาจความพอใจผิด)
ไม่ปฏิบัติชอบในมารดา บิดา สมณะ พราหมณ์ ไม่อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ในตระกูล
100 ปี เหลือ 10 ปี อทินนาทาน ปาณาติบาต มุสาวาท(อย่างจงใจ) ปิสุณาวาจา(ส่อเสียด)
กาเมสุมิจฉาจาร ผรุสวาจา(พูดจาหยาบคาย) สัมผัปปลาปะ(พูดเพ้อเจ้อ)
อภิชฌา พยาบาท มิจฉาทิฏฐิ อธรรมราคะ(ความกำหนัดในฐานะไม่ชอบธรรม)
วิสมโลภะ(ความโลภไม่เลือก) มิจฉาธรรม(กำหนัดด้วยอำนาจความพอใจผิด)
ไม่ปฏิบัติชอบในมารดา บิดา สมณะ พราหมณ์ ไม่อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ในตระกูล
กุศลกรรมบถ 10 หายไป อกุศลกรรมจักเจริญรุ่งเรือง
10 ปี เหลือ 7 วัน มนุษย์จะสมสู่และฆ่ากันเองโดยไม่เลือกว่าใครเป็นใคร

Tags : ความเสื่อมปรากฏในสังคมมนุษย์

view

สถิติ

เปิดเว็บ02/02/2010
อัพเดท31/10/2016
ผู้เข้าชม584,647
เปิดเพจ688,809

แหล่งรวมธรรมะน่ารู้

อานิสงส์ของการเจริญเมตตา ๑๑ ประการ

ทำบุญแล้ว ทำไมต้องกรวดน้ำ

ชวนญาติให้มาทำบุญด้วยกัน แต่เขาไม่ยอมมา แต่ได้ฝากปัจจัยมาทำบุญด้วย เพราะเขาคิดว่า ตัวเองจะมาหรือไม่ อย่างไรก็ได้บุญ จะอธิบายให้เขาเข้าใจได้อย่างไร

คำว่า ศีล มีความหมายอย่างไร

ชาวต่างชาติอยากจะให้ญาติมิตรได้เข้าใจถึงเรื่องทานบารมี ควรจะทำอย่างไร?

จีวรของพระสงฆ์จะต้องเป็นสีเหลืองหรือสีกรักเสมอไปหรือไม่?

เรามีวิธีการรักษาศีลห้าให้ถูกต้องอย่างไร และมีกุศโลบายและยุทธวิธีอย่างไรหรือไม่ ในการที่จะทำให้เรารักษาศีลห้าได้มั่นคงตลอดไป?

ทำอย่างไร จะเป็นนักบริหารที่สามารถครองใจให้ลูกน้องรักได้?

นักธุรกิจที่เข้าใจผิดๆว่า การที่ศาสนาสอนให้คนรักสันโดษและปล่อยวาง ไม่เข้ากับชีวิตของนักธุรกิจ จะมีคำอธิบายใด ที่จะแก้ไขความเข้าใจผิดนี้?

ถ้าตั้งใจรักษาศีลห้าอย่างดี แบบเอาชีวิตเป็นเดิมพัน จะมีอานิสงส์อย่างไร?

ในพุทธศาสนา มีหลักคำสอนซึ่งเกี่ยวกับการบริหารงานบ้างหรือไม่?

ถ้าเราจำเป็นจะต้องคัดบุคคลที่ไม่มีคุณภาพออก เราจะมีหลักในการตัดสินใจอย่างไร?

เราจะเลื่อนตำแหน่งลูกน้องขึ้นมาเป็นหัวหน้างาน บุคคลผู้นั้นควรจะมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง?

กราบนมัสการพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ลูกอยากกราบเรียนถามหลวงพ่อว่า การทำแท้งด้วยความจำเป็น

คุณพ่อเพิ่งจะเสียชีวิตไป และผมเป็นลูกชายคนโตที่ต้องดูแลคุณแม่และน้องสาว อยากจะขอความเมตตาจากหลวงพ่อ ชี้แนะหลักในการดำเนินชีวิตต่อไปด้วยครับ

ขอความเมตตาจากหลวงพ่อ ช่วยแนะนำแนวทางในการสอนธรรมะแก่ผู้พิพากษาและข้าราชการด้วยคะ

ในกรณีที่แพทย์รักษาคนไข้ แต่เกิดผลข้างเคียงจากการรักษา ทำให้คนไข้เสียชีวิต ในกรณีเช่นนี้อยากกราบเรียนถามพระเดชพระคุณหลวงพ่อว่า จะมีผลบาปต่อแพทย์ หรือไม่ เจ้าคะ

นักธุรกิจที่เข้าใจผิดๆว่า การที่ศาสนาสอนให้คนรักสันโดษและปล่อยวาง ไม่เข้ากับชีวิตของนักธุรกิจ จะมีคำอธิบายใด ที่จะแก้ไขความเข้าใจผิดนี้?

ในพุทธศาสนา มีหลักคำสอนซึ่งเกี่ยวกับการบริหารงานบ้างหรือไม่?

ทำอย่างไร จะเป็นนักบริหารที่สามารถครองใจให้ลูกน้องรักได้?

การทำทานในพระพุทธศาสนา มีวัตถุประสงค์อย่างไร และทำได้กี่ประเภท

ทำไมพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า “ธรรมทานชนะการให้ทั้งปวง”

การถวายสังฆทาน จริงๆแล้วมีหลักอย่างไร และการถวายกับพระภิกษุรูปเดียว ถือเป็นสังฆทานหรือไม่ และการถวายสังฆทาน กับถวายแบบเจาะจง แบบไหนได้บุญมากกว่ากัน

ถ้าเราจำเป็นจะต้องคัดบุคคลที่ไม่มีคุณภาพออก เราจะมีหลักในการตัดสินใจอย่างไรบ้างครับ

ถ้าเราจะเลื่อนตำแหน่งลูกน้อง ขึ้นมาเป็นหัวหน้างาน บุคคลผู้นั้นควรจะมีคุณสมบัติอย่างไรบ้างครับ

ความเป็นมาของการเข้าพรรษา และกิจวัตรของพระภิกษุในช่วงนี้?

ชาวพุทธควรปฏิบัติตนอย่างไรในช่วงเข้าพรรษา จึงจะได้บุญเต็มที่

การให้บุตรหลานบวชเรียนในช่วงเข้าพรรษา จะได้บุญมากกว่าการบวชเรียนช่วงอื่นหรือไม่

ถ้าเราทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับญาติพี่น้องของเราที่ล่วงลับไปแล้ว เราจะทราบได้อย่างไรว่า ญาติที่ล่วงลับไปแล้วได้บุญหรือไม่?

คนที่ไม่เชื่อเรื่องนรกสวรรค์มีจริง เราจะมีวิธีการอธิบายอย่างเป็นเหตุเป็นผลอย่างง่ายๆ ได้อย่างไร?

ถ้าจะบอกคนข้างนอกที่ยังไม่ได้เข้าวัดว่า คนเราเกิดมาทำไม เราจะมีวิธีการที่จะบอกให้เขาได้เข้าใจอย่างง่ายๆ ได้อย่างไร?

view