http://www.dhamma.net
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com
 

 หน้าแรก

วัดเครือวัลย์วรวิหาร

วัดเครือวัลย์วรวิหาร

วัดเครือวัลย์วรวิหาร   

ประวัติ :   จากหนังสือ ตำนานพระอารามหลวงและทำเนียบสมณศักดิ์ ฉบับเจ้าพระยาวิชิตวงษ์วุฒิไกรรวบรวมพิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพเจ้าพระยาวิชิตวงษ์วุฒิไกร(ม.ร.ว.คลี่ สุทัศน์) ณ เมรุวัดราชาธิวาส พ.ศ. 2457กล่าวว่า “วัดเครือวัลย์วรวิหาร อยู่ในคลองมอญฝั่งใต้ เจ้าพระยาอภัยภูธรสร้างในรัชกาลที่ 3 แล้วถวายเป็นพระอารามหลวง พระราชทานนามว่า วัดเครือวัลย์วรวิหาร ปฏิสังขรณ์ด้วย แล้วเจ้าพระยาภูธราภัย

ปฏิสังขรณ์ต่อมา ถึงรัชกาลที่ 5 ทรงปฏิสังขรณ์ด้วย”  จากหนังสือกรมการศาสนา ได้ตีพิมพ์ออกเผยแพร่ในงานกฐินพระราชทาน กรมสามัญศึกษา ณ วัดอมรินทราราม เมื่อ พ.ศ. 2514 มีข้อความเกี่ยวกับวัดเครือวัลย์เป็นอย่าง เดียวกันกับในตำนานพระอารามหลวงทุกอย่าง คล้ายเป็นการลอกเลียนมาทั้งหมด จากหนังสือตำนานเสนาบดีกรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ. 2463 รวบรวมโดย ขุนวรกิจพิศาล (เปล่ง สุวรรณจิตติ)โดยผ่านการตรวจหนังสือจากสภานายกหอสมุดแห่งชาติความปรากฏว่า

“เจ้าพระยาอภัยภูธร (น้อย บุณยรัตพันธุ์) บุตรเจ้าพระยาศรีธรรมาธิราช(บุญรอด ต้นสกุลบุณยรัตพันธุ์) ท่านผู้นี้เดิมเป็นเจ้าพระยายมราช เสนาบดีกรมเมือง รับราชการไปจนถึงรัชกาลที่ 3 เมื่อ พ.ศ. 2370 เกิดศึกฝ่ายมาลาประเทศศรีสัตนาคนหุต เวียงจันทร์ ท่านคุมทัพขึ้นไปรบศึก แล้วถึงอสัญกรรมที่เมืองพันพร้าว (เมืองพันพร้าวอยู่ติดกับมณฑลอุดร ปัจจุบันเป็นของฝรั่งเศล) ท่านเป็นผู้สร้างวัดเครือวัลย์ วรวิหาร และบูรณะวัดกก วัดเหลา จังหวัด ธนบุรี”  ข้อความดังกล่าวผู้รู้บางท่านกล่าวว่ามีบางตอนกล่าวคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง คือ ที่กล่าวว่าใน พ.ศ. 2370 เกิดศึกมาลาศรีสัตนาคนหุตเวียงจันท์ เจ้าพระยาอภัยภูธร คุมทัพไปรบศึกนั้นจากจดหมายเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ) เรียบเรียง แผ่นดินสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ดี จากจดหมายเหตุเรื่องปราบกบฏอนุเวียงจันท์ก็ดี หรือจากจดหมายเหตุของมองซิเออร์ฮาคูวิน กงสุลฝรั่งเศสเรียบเรียงไว้ ซึ่งพระยาพิทัพษ์เทพธานี (ชุ่ม) คัดลอกแต่ พ.ศ. 1295  (ร.ศ. 114) ทั้งหมดล้วนกล่าวว่า “จ.ศ.1188 (พ.ศ. 2369) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยา  อภัยภูธร คุมทัพหัวเมือง 5,000 คน ขึ้นไปตีทัพเจ้าราชวงศ์ที่เมืองหล่มศักดิ์เป็นทัพขนาบ” และ
ในปีดังกล่าวเป็นเวลาที่เจ้าพระยาอภัยภูธรถึงแก่อสัญกรรมแล้ว และไม่ได้มีการกล่าวถึงว่าท่านผู้นี้
ได้สร้างวัดเครือวัลย์และบูรณะวัดกก วัดเหลา แต่อย่างใด

ศจ.ยอร์ช เซเดย์ ภาพจากวิกิพีเดีย
จากหนังสือ ตำนานพระพิมพ์ ของ ศจ.ยอร์ช เซเดย์ โดยเจ้าพระคุณ เจ้าอาวาสวัด  เครือวัลย์ ได้เรียบเรียงประวัติวัดขึ้น ซึ่งหนังสือเล่มนี้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์  พิมพ์ในการทอดกฐินพระราชทาน ณ วัดเครือวัลย์ เมื่อปี พ.ศ. 2495 ความว่า   “วัดนี้เจ้าพระยาอภัยภูธร (น้อย บุณยรัตพันธุ์) ซึ่งเป็นบิดาของเจ้าจอมเครือวัลย์ใน รัชกาลที่ 3 พร้อมด้วยเจ้าจอมเครือวัลย์เป็นผู้สร้าง และได้ถวายเป็นพระอารามหลวง แต่การก่อสร้างยังไม่ทันเสร็จเรียบร้อย ผู้สร้างได้ถึงแก่กรรมเสียก่อน รัชกาลที่ 3 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนินการก่อสร้างต่อไปจนสำเร็จและพระราชทานนามว่า “วัดเครือวัลย์วรวิหาร”
จากหนังสือ ประวัติทหารเหล่าพระธรรมนูญโดย พระสุขุมวินิจฉัย (สมุจย์ บุณยรัตพันธุ์) ได้เรียบเรียง ประวัติวัดเครือวัลย์ลงพิมพ์ในงานกฐินพระราชทานกรมพระธรรมนูญ ณ วัดเครือวัลย์ลงพิมพ์ในงานกฐินพระราชทานกรมพระธรรมนูญ ณ วัดเครือวัลย์ เมื่อ พ.ศ. 2510 โดยคัดลอกมาจากหนังสืออนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพ นายบุญชัย บุณยรัตพันธุ์ กล่าวถึงประวัติ
วัดเครือวัลย์ ว่า “วัดเครือวัลย์ ชื่อวัดนี้ตั้งมาจากชื่อของ เจ้าจอมเครือวัลย์ ในพระบาทสมเด็จ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตโกสินทร์ ซึ่งมีประวัติการสร้างปรากฏในเรื่องการ สร้างวัดในรัชกาลที่ 3 ฉบับหอสมุด ดังนี้…

พระวิหาร  :   วัดเครือวัลย์นี้ เจ้าพระยาอภัยภูธร (น้อย) กับ เจ้าจอมเครือวัลย์ธิดา สร้างในรัชกาลที่ 3
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ ทรงปฏิสังขรณ์และพระราชทานนามว่า วัดเครือวัลย์…
วัดเครือวัลย์ ซึ่งเจ้าพระยาอภัยภูธร (น้อย) กับเจ้าจอมเครือวัลย์ธิดา เป็นผู้สร้างนี้คงจะสร้างมาตั้ง
แต่สมัยรัชกาลที่ 2 ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ จะเสวยราชสมบัติ เมื่อครั้งยังทรงเป็น
พระเจ้าลูกยาเธอ และเจ้าจอมเครือวัลย์ คงถวายตัวแล้วแต่ยังมิได้เป็นเจ้าจอม ต่อมาเมื่อพระบาท
สมเด็จพระนั่งเกล้าฯ ได้เสวยราชย์ เมื่อปีวอก จ.ศ. 1186 (พ.ศ. 2367) แต่ต่อ ๆ มาก่อนที่
เจ้าพระยาอภัยภูธร (น้อย) จะถึงอสัญกรรมจึงได้ทรงปฏิสังขรณ์และพระราชทานนามวัดว่า
วัดเครือวัลย์ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นนั้นเพราะ เจ้าพระอภัยภูธร (น้อย) มีชีวิตอยู่ในรัชสมัย
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ เพียง 4-5 ปีเท่านั้น และระหว่างนั้นก็ไปราชการทัพศึกทางฝ่าย
เหนือติดต่อกันจนถึงอสัญกรรม ฉะนั้น วัดเครือวัลย์ คงมีอายุการสร้างนับตั้งแต่ พ.ศ. 2367 ภาย
หลังขึ้นไป พอสรุปได้ว่ามีอายุนานถึง 138 ปี (นับถึง พ.ศ. 2525….ผู้จัดทำ) หลังแต่นั้นมาก็ได้
รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ ทรงปฏิสังขรณ์เป็นครั้งคราว โดย
พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นราชานุเคราะห์สร้างวิหารศาลาการเปรียญ พระเจดีย์และ
เสนาสนะแยกเป็นพุทธาวาส สังฆาวาส วงศ์ญาติในสกุลและร่วมสกุล ตลอดจนพุทธมามกะชาว
บ้านใกล้เคียง ได้โดยเสด็จพระราชกุศลบูรณะวัดตลอดมา
แต่ในหนังสือเล่มนี้ ได้มีผู้ขัดแย้งไม่เห็นด้วย โดยสังเกตจากคำที่แสดงถึงการสันนิษฐาน
ว่า “เจ้าพระยาอภัยภูธร คงจะได้สร้างมาแต่รัชกาลที่ 2 ” และอีกอย่างหนึ่ง เหตุการณ์บ้านเมืองใน
สมัยรัชกาลที่ 2 นี้เอง เจ้าพระยาอภัยภูธร (ขณะนั้นดำรงศักดิ์เป็นเจ้าพระยายมราช) ต้องคุมกอง
ทัพออกไปป้องกันเมืองหลวง เมืองตรังเป็นเวลาหลายเดือน โดยไปต่อเรือ เพื่อใช้ในการป้องกัน
การรุกรานของพม่า หลังจากเสร็จภารกิจนี้แล้ว ท่านต้องคุมกองทัพขึ้นไปรับครอบครัวมอญที่
อพยพเข้ามาสวามิภักดิ์ที่เมืองตาก ต่อมาก็ต้องคุมกำลังออกไปปราบปรามเขมรซึ่งก่อการกำเริบ

ณ เมืองเขมรอีกด้วย แม้แต่ในต้นรัชกาลที่ 3 กบฎอนุเวียงจันทร์กำเริบเสิบสาน ท่านก็ได้รับคำสั่ง
คุมกำลังกองทัพ 5,000 คน ขึ้นไปปราบปราม โดยยกไปทางเมืองเพชรบูรณ์เพื่อตีทัพเจ้าราชวงศ์ที่
เมืองหล่มศักดิ์ก่อน เมื่อตีแตกแล้วจึงได้ยกกองทัพตามทัพหลวงขึ้นไปตั้งค่ายที่เมืองพันพร้าวใกล้ ๆ
กับกองทัพหลวงและถึงอสัญกรรมที่เมืองพันร้าวนี้เองใน พ.ศ. 2376 (จ.ศ. 1189) จึงมีผู้เสนอ
ความคิดเห็นว่าการสร้างวัดเครือวัลย์นี้ อาจจะมีขึ้นภายหลังที่ เจ้าพระยาอภัยภูธรถึงแก่อสัญกรรม
ไปแล้ว และการสร้างวัดนั้น อาจเป็นการสร้างเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ท่านบิดาผู้ล่วงลับไปแล้ว
ตามคติอย่างไทยทั่วไปนั่นเอง จากจดหมายเหตุเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ เรียบเรียงหน้า 532 แผ่นดิน
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว “…วัดราชโอรสาราม ในคลองบางกอกน้อยปุณวัดอัมรินท
รารามเป็นของสมเด็นกรมพระราชวังหลังวัดหนึ่ง วัดสุวรรณหนึ่งเป็นของสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า
ทางปุณวัดหนึ่งในคลองมอญวัดหนึ่ง เจ้าจอมเครือวัลย์บุตรเจ้าพระยาอภัยภูธรสร้างใหม่ การยังไม่
แล้วก็ถึงแก่กรรมเสียจึงโปรดให้ทำต่อไปวัดนั้นแล้ว ประทานชื่อวัดเครือวัลย์วรวิหารวัดพระยาทำ
หนึ่ง วัดนาคกลางหนึ่ง…”  ส่วนหลักฐานวันเดือนปีที่เริ่มก่อสร้างนั้นไม่ปรากฏ ในจดหมายเหตุก็มิได้กล่าวถึงเป็นแต่
เพียงการกล่าวรวม ๆ เท่านั้น แต่ปรากฏว่า พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เคยเสด็จพระ
ราชดำเนินทรงทอดผ้ากฐิน เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2393

วัดเครือวัลย์วรวิหารนี้ ถือเป็นวัดประจำตระกูล“บุณยรัตพันธุ์” ทายาทในตระกูลนี้ ได้ให้ ความอุปถัมภ์เป็นประจำทุกปีตลอดมา โดยถือว่าวันที่ 6 เมษายน เป็น “วันบุณยรัตพันธุ์” จะมา บำเพ็ญกุศลอุทิศแก่บรรพบุรุษของตนและจะร่วมกันบริจาคทรัพย์บำรุงตามศรัทธาด้วยวัดเครือวัลย์วรวิหารนั้น ตั้งอยู่เลขที่ 36 ต.วัดอรุณ อ.บางกอกใหญ่ ถนนอรุณอัมรินทร์ กรุงเทพมหานคร ที่ธรณีสงฆ์ ติดต่อเป็นผืนเดียวกัน กับที่ตั้งวัดเนื้อที่ อีก3 ไร่ 44 วา รวมเป็นเนื้อที่ทั้งหมด 18 ไร่ 2 งาน 48 วา 

วัดเครือวัลย์วรวิหารนี้ ด้วยว่าเป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งจัดเป็นพระอารามหลวง จึงได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์มาโดยตลอด นับตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 มารัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 รวมถึง บรรดาญาติวงศ์ในสกุลบุณยรัตนพันธุ์และเจ้าอาวาสตั้งแต่อดีตมา จึงจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันวัดเครือวัลย์เป็นวัดที่สมบูรณ์วัดหนึ่งในเขตธนบุรี


พระอุโบสถ  กว้างขวางพอสมควร หลังคาลด 2 ชั้น ประดับช่อฟ้า ใบระกา หน้าบันแต่ง ด้วยดอกไม้ปูนปั้น ระเบียงและมุขด้านหลังปูหินอ่อน ซุ้มประตูและหน้าต่างทำลายดอกไม้ปูนปั้น ลงรักปิดทองเคยซ่อมมาแล้ว ปานประตูนอกสลักไม้เป็นรูปต้นไม้ดอก นกหรือไก่ ลงรักปิดทอง ด้านในเขียนเป็นรูปฉัตร 7 ชั้น สอดสีมีทหารแบก ส่วนบานหน้าต่างใช้ลายเดียวกันกับบานประตู
แต่ลายด้านนอกปูนแทนด้วยการแกะสลัก ผนังภายในทั้ง 4 ด้าน ใช้ลายกั้นเป็นช่อง สี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาด 50 ซม. แต่ละช่องเขียนเรื่องพระชาติของพระพุทธเจ้าไว้พระชาติหนึ่ง จะครบทั้ง 500 ชาติ หรือไม่ไม่ทราบ เพราะไม่ได้นับดู ภาพเหล่านี้เป็นฝีมือช่างในสมัยรัชกาลที่ 3 เป็นที่สวยงามแห่ง หนึ่ง แต่หน้าเสียดายบางตอนถูกน้ำฝนรั่วจากหลังคาทำให้ภาพลบไปเสีย  พระประธานวัดเครือวัลย์ เป็นพระพุทธรูปยืนปางห้าม สมุทร มีลักษณะเหมือนพระร่วงโรจน์ฤทธิ์ ที่หน้าพระปฐมเจดีย์ทุก อย่าง แต่สูงราว 4 วาเท่านั้น ฐานชุกชีทำเป็นรูปบัวหงายนูนเด่นออกมา ไม่เคยเห็นที่ใหนเหมือนข้างหน้ามีพระพุทธรูปหินอ่อนปางสมาธิฝีมือช่างพม่าขนาดย่อม ๆ องค์หนึ่ง ข้างขวามีพระอัครสาวกเบื้องขวา ข้างซ้ายมีพระอัครสาวกเบื้องซ้ายยืนประนมหัตถ์ ที่เราเรียกว่า พระสารีบุตร โมคคัลลานะ

พระวิหาร ตั้งอยู่ทางขวาของพระอุโบสถ รูปทรง และขนาดอย่างเดียวกับพระอุโบสถ ซ่อมขึ้นใหม่เมื่อ พ.ศ. 2515 ภายในไม่มีภาพเขียนอะไร พระประธานรูปปั้นปางมารวิชัย หน้าตัก กว้างราว 2 วา ข้างหน้ามีพระพุทธรูปปางมารวิชัย ฝีมือช่างสุโขทัยรุ่นหลัง 1 องค์ หน้าตักกว้างราว 2 ศอก แม้พระรัศมีจะหายไป แต่ความงามก็มิได้ลดตามลงไปด้วย เนื่องด้วยสมัยนี้มีการลักพระพุทธรูปปางมากขึ้น ท่านเจ้าอาวาสจึงได้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ ณ กุฏิของท่าน และยังคงประดิษฐานอยู่จนทุกวันนี้
พระเจดีย์ 3 องค์ ตั้งเรียงอยู่ระหว่างพระอุโบสถกับพระวิหาร ทุกองค์กลมแบน   “ทรงลังกา” สูงราว 10 วา เท่านั้น องค์หน้ามีฐานก่อแยกไว้โดดเดี่ยวต่างหากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้าง ตามข้าง ๆ ฐานได้เจาะช่องบรรจุอัฐิของใครต่อใครไว้หลายคน เป็นที่บรรจุอัฐิสำหรับหรับบุคคลทั่วไป ทราบว่ามีพระบรมธาตุบรรจุอยู่ภายนในด้วย พระเจดีย์ 2 องค์ ต่อมา
ทางใต้ ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมเดียวกัน ได้สร้างขึ้นพร้อมกับวัด ข้าง ๆ ฐานได้เจาะเป็นช่องบรรจุอัฐิ ของคนตระกูล “บุณยรัตพันธุ์” ทั้งสิ้น ในบรรดาชื่อเจ้าของอัฐิที่บรรจุไว้นี้มีชื่อเจ้าจอมสวน กับเจ้าจอมใบ ในรัชกาลที่ 5 ทั้งสองคน รวมอยู่ด้วย น่าจะอยู่ในตระกูลนี้เหมือนกัน

บานประตูอุโบสถ และลายเครือเถาปูนปั้นลวดลายประตูพระวิหารวัดเครือวัลย์โบราณสถานและโบราณวัตถุ

พระเจดีย์ 2 องค์ ซึ่งเป็นที่บรรจุอัฐิของคนในตระกูล “บุณยรัตพันธุ์” นั้น หาจากหลักฐานที่เจ้าอาวาสได้ทราบมาว่า เจ้าพระยาภูธราภัย (นุช บุณยรัตพันธุ์) เป็นผู้สร้าง สำหรับเป็นที่บรรจุอัฐิของคนในตระกูล “บุณยรัตพันธุ์” หรือผู้เกี่ยวเนื่องทางตระกูลเท่านั้น

ศาลาพระยืน
ตั้งอยู่หน้าพระเจดีย์ด้านทิศเหนือแนวเดียวกับพระเจดีย์ระหว่างพระอุโบสถกับพระวิหาร ปัจจุบันนี้พระยืนองค์นี้ได้อัญเชิญมาประดิษฐาน ณ ศาลาหอฉันที่สร้างขึ้นใหม่ระหว่างตึกพระสงฆ์


ศาลาการเปรียญ ตั้งอยู่ติดกับศาลาพระยืนด้านทิศเหนือ นอกกำแพงวัดหน้าศาลาการ เปรียญ มีศาลาคู่ 2 หลัง ขณะนี้ทางราชการกองทัพเรือได้ซ่อมแซมเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นใช้เป็นที่ สถานทำการของฌาปนาสถาน ทร.


ศาลาท่าน้ำ
ตั้งอยู่ริมคลองมอญ หน้าบันเขียนว่า“ภานุทัต” เข้าใจว่าคงจะเป็นชื่อตระกูล
ของผู้สร้างไม่ทราบว่าสร้างในสมัยใด

หอระฆัง ตั้งอยู่ภายในวัด ใกล้พระอุโบสถด้านทิศใต้ ก่อด้วยอิฐถือปูนแบบโบราณ ซ่อม
ขึ้นใหม่เมื่อ พ.ศ.2498 บนยอดติดนาฬิกา 4 ด้าน เดินด้วยกระแสไฟฟ้า ตีระฆังได้เอง

หอสวดมนต์
ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกใกล้กับถนนอรุณอัมรินทร์ เป็นเรือนไม้สัก 1 หลัง
ทรุดโทรมมากไม่ได้ใช้เป็นที่ประกอบศาสนกิจมานานแล้ว ทางเทศบาลขอขยายถนนเข้ามาสองเมตร จึงถูกรื้อไป

เก๋งจีน 2 หลัง ตั้งอยู่ข้างหอสวดมนต์ข้างละหลังเป็นศิลปแบบจีนที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 เป็นตึกก่อด้วยอิฐถือปูน ทางเทศบาลขอขยายถนนเข้ามา 2 เมตร จึงถูกรื้อไปพร้อมกับหอสวดมนต์

เสร็จสรรพจากวัดแล้วแวะหาอะไรรองท้องสักเล็กน้อยคงดี.....

อาหารแนะนำ ก๋วยเตี๋ยวเรือ และยังมีเมนูหมูสะเต๊ะ และลูกชิ้นหมู อยู่หน้าวัดพอดี คนแน่นตรึม รออยู่นาน กว่าจะได้ถึงคิว...วันนี้ อิ่มอกอิ่มใจ แล้วยังได้อิ่มท้อง ราคาไม่แพงอีกด้วย หากท่านผู้อ่านว่าง แวะมาถวายสังฆทาน ที่วัดนี้ก็ได้นะคะ ถวายเสร็จ ก็ออกมาทานก๋วยเตี๋ยวเรือ หน้าวัด สำหรับวันนี้ ขอลาไปก่อน พบกันเอ็นทรี่หน้าค่ะ

ที่มา  :   http://www.oknation.net/blog/print.php?id=468213

 


 

Tags : วัดเครือวัลย์วรวิหาร

view

สถิติ

เปิดเว็บ02/02/2010
อัพเดท31/10/2016
ผู้เข้าชม584,600
เปิดเพจ688,762

แหล่งรวมธรรมะน่ารู้

อานิสงส์ของการเจริญเมตตา ๑๑ ประการ

ทำบุญแล้ว ทำไมต้องกรวดน้ำ

ชวนญาติให้มาทำบุญด้วยกัน แต่เขาไม่ยอมมา แต่ได้ฝากปัจจัยมาทำบุญด้วย เพราะเขาคิดว่า ตัวเองจะมาหรือไม่ อย่างไรก็ได้บุญ จะอธิบายให้เขาเข้าใจได้อย่างไร

คำว่า ศีล มีความหมายอย่างไร

ชาวต่างชาติอยากจะให้ญาติมิตรได้เข้าใจถึงเรื่องทานบารมี ควรจะทำอย่างไร?

จีวรของพระสงฆ์จะต้องเป็นสีเหลืองหรือสีกรักเสมอไปหรือไม่?

เรามีวิธีการรักษาศีลห้าให้ถูกต้องอย่างไร และมีกุศโลบายและยุทธวิธีอย่างไรหรือไม่ ในการที่จะทำให้เรารักษาศีลห้าได้มั่นคงตลอดไป?

ทำอย่างไร จะเป็นนักบริหารที่สามารถครองใจให้ลูกน้องรักได้?

นักธุรกิจที่เข้าใจผิดๆว่า การที่ศาสนาสอนให้คนรักสันโดษและปล่อยวาง ไม่เข้ากับชีวิตของนักธุรกิจ จะมีคำอธิบายใด ที่จะแก้ไขความเข้าใจผิดนี้?

ถ้าตั้งใจรักษาศีลห้าอย่างดี แบบเอาชีวิตเป็นเดิมพัน จะมีอานิสงส์อย่างไร?

ในพุทธศาสนา มีหลักคำสอนซึ่งเกี่ยวกับการบริหารงานบ้างหรือไม่?

ถ้าเราจำเป็นจะต้องคัดบุคคลที่ไม่มีคุณภาพออก เราจะมีหลักในการตัดสินใจอย่างไร?

เราจะเลื่อนตำแหน่งลูกน้องขึ้นมาเป็นหัวหน้างาน บุคคลผู้นั้นควรจะมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง?

กราบนมัสการพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ลูกอยากกราบเรียนถามหลวงพ่อว่า การทำแท้งด้วยความจำเป็น

คุณพ่อเพิ่งจะเสียชีวิตไป และผมเป็นลูกชายคนโตที่ต้องดูแลคุณแม่และน้องสาว อยากจะขอความเมตตาจากหลวงพ่อ ชี้แนะหลักในการดำเนินชีวิตต่อไปด้วยครับ

ขอความเมตตาจากหลวงพ่อ ช่วยแนะนำแนวทางในการสอนธรรมะแก่ผู้พิพากษาและข้าราชการด้วยคะ

ในกรณีที่แพทย์รักษาคนไข้ แต่เกิดผลข้างเคียงจากการรักษา ทำให้คนไข้เสียชีวิต ในกรณีเช่นนี้อยากกราบเรียนถามพระเดชพระคุณหลวงพ่อว่า จะมีผลบาปต่อแพทย์ หรือไม่ เจ้าคะ

นักธุรกิจที่เข้าใจผิดๆว่า การที่ศาสนาสอนให้คนรักสันโดษและปล่อยวาง ไม่เข้ากับชีวิตของนักธุรกิจ จะมีคำอธิบายใด ที่จะแก้ไขความเข้าใจผิดนี้?

ในพุทธศาสนา มีหลักคำสอนซึ่งเกี่ยวกับการบริหารงานบ้างหรือไม่?

ทำอย่างไร จะเป็นนักบริหารที่สามารถครองใจให้ลูกน้องรักได้?

การทำทานในพระพุทธศาสนา มีวัตถุประสงค์อย่างไร และทำได้กี่ประเภท

ทำไมพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า “ธรรมทานชนะการให้ทั้งปวง”

การถวายสังฆทาน จริงๆแล้วมีหลักอย่างไร และการถวายกับพระภิกษุรูปเดียว ถือเป็นสังฆทานหรือไม่ และการถวายสังฆทาน กับถวายแบบเจาะจง แบบไหนได้บุญมากกว่ากัน

ถ้าเราจำเป็นจะต้องคัดบุคคลที่ไม่มีคุณภาพออก เราจะมีหลักในการตัดสินใจอย่างไรบ้างครับ

ถ้าเราจะเลื่อนตำแหน่งลูกน้อง ขึ้นมาเป็นหัวหน้างาน บุคคลผู้นั้นควรจะมีคุณสมบัติอย่างไรบ้างครับ

ความเป็นมาของการเข้าพรรษา และกิจวัตรของพระภิกษุในช่วงนี้?

ชาวพุทธควรปฏิบัติตนอย่างไรในช่วงเข้าพรรษา จึงจะได้บุญเต็มที่

การให้บุตรหลานบวชเรียนในช่วงเข้าพรรษา จะได้บุญมากกว่าการบวชเรียนช่วงอื่นหรือไม่

ถ้าเราทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับญาติพี่น้องของเราที่ล่วงลับไปแล้ว เราจะทราบได้อย่างไรว่า ญาติที่ล่วงลับไปแล้วได้บุญหรือไม่?

คนที่ไม่เชื่อเรื่องนรกสวรรค์มีจริง เราจะมีวิธีการอธิบายอย่างเป็นเหตุเป็นผลอย่างง่ายๆ ได้อย่างไร?

ถ้าจะบอกคนข้างนอกที่ยังไม่ได้เข้าวัดว่า คนเราเกิดมาทำไม เราจะมีวิธีการที่จะบอกให้เขาได้เข้าใจอย่างง่ายๆ ได้อย่างไร?

view